วันเสาร์ที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

การรู้เท่าทันการสื่อสาร ( Communication Literacy) คืออะไร

(2)
การรู้เท่าทันการสื่อสาร ( Communication Literacy) : ที่มาและที่ไป

ทักษะการรู้เท่าทันการสื่อสาร เป็นส่วนหนึ่งของทักษะการรู้เท่าทัน
(ในที่นี้หมายความถึง การรู้ว่าความจริงแท้ๆของสิ่งนั้นคืออะไร และรู้ว่าที่เห็น และเป็นอยู่นั้น ตรงตามความเป็นจริง หรือตรงตามที่ควรจะเป็น จริงหรือไม่
ทักษะการรู้เท่าทัน เป็นส่วนหนึ่งของทักษะชีวิต
การฝึกทักษะชีวิต ก็น่าจะเริ่มได้ตั้งแต่ในครอบครัว
การรู้เท่าทันการสื่อสาร เป็นทักษะชีวิต เป็นวิธีคิดที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กๆอย่างยิ่ง
ทักษะชุดนี้มีความเกี่ยวข้องกับนิเทศศาสตร์ ซึ่งเป็นศาสตร์ของการสื่อสารโดยตรง แม้จะมิใช่นิเทศศาสตร์กระแสหลัก แต่ก็เป็นกระแสนิเทศศาสตร์แห่งมโนสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม
ในฐานะที่การสื่อสารเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สังคมดำรงอยู่และขับเคลื่อนไป การรู้เท่าทันการสื่อสาร ก็ควรมีบทบาทเป็นหนึ่งในปัจจัยภายในที่จะช่วยให้สังคมดำรงอยู่และขับเคลื่อนไปในวิถีที่ถูกต้องดีงาม
แม้ในประเทศไทย ขณะนี้ จะยังไม่ปรากฏวิชาการรู้เท่าทันการสื่อสาร เป็นวิชาเดี่ยวๆในหลักสูตรนิเทศศาสตร์ และยังไม่ได้ปรากฏชื่อเป็นวิชาพื้นฐานของสาขาวิชาใดก็ตาม แต่เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าผู้รู้และครูอาจารย์จำนวนมาก ท่านรู้และเข้าใจเรื่องนี้มาก่อนที่จะมีการโพสต์เรื่องการรู้เท่าทันการสื่อสาร ในเว็บไซต์วิชาการด็อตคอม (และ ได้นำมาโพสต์เพื่อปรับปรุงเพิ่มเติมเนื้อหา ใน Gotoknow นี้)
และหลายท่านคงได้กล่าวถึง หรือเขียนถึง ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่ท่านยังมิได้นำเสนอผ่านสื่อออนไลน์มากนักเท่านั้น
การรู้เท่าทันการสื่อสาร คือการที่ผู้สื่อสาร รู้เท่าทันการสื่อสารทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การรู้เท่าทันจุดมุ่งหมายแท้ๆของผู้ส่งสาร รู้เท่าทันความหมายแท้ๆของสาร รู้เท่าทันสื่อ รู้เท่าทันผลโดยตรงและผลกระทบสืบเนื่องของการสื่อสารครั้งนั้น รวมถึงการสามารถวางท่าทีต่อการสื่อสารครั้งนั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม มีการตัดสินใจเลือกท่าทีการสื่อสารที่เหมาะแก่สถานการณ์หรือภาวการณ์นั้น
เป้าหมายของการฝึกทักษะการรู้เท่าทันการสื่อสาร ก็เพื่อให้เป็นผู้มีวุฒิภาวะ เข้าใจโลก และรู้เท่าทันชีวิต
ในระบบโรงเรียน หรือระบบมหาวิทยาลัย วิธีฝึกคนให้รู้เท่าทันการสื่อสาร ทำได้โดยการใช้กลวิธีการสอนและการเลือกสถานการณ์อย่างง่ายในชั้นเรียน มาสื่อสาร ตั้งคำถามให้ผู้เรียนได้ฝึกการฉุกใจคิด และฝึกใช้วิจารณญาณในการคิด ฝึกทักษะการคิดไตร่ตรอง ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยฝึกให้ผู้เรียนเป็นเด็กฉลาด รู้จักคิด มีน้ำใจ กล้าคิดและลงมือทำ กล้าช่วยเหลือผู้อื่น(ในทางที่ถูก) ได้อย่างเต็มความสามารถและเป็นหนทางให้นำความฉลาดรู้จักคิดนี้ ไปปรับใช้กับชีวิตของตนในภายภาคหน้า

การฝึกการรู้เท่าทันการสื่อสาร ซึ่งได้นำเสนอในที่นี้ ได้ใช้วิธีการฝึกด้วยการสื่อสารระหว่างบุคคล หรือการสื่อสารระหว่างบุคคลกับกลุ่ม (แบบครูกับนักศึกษาสื่อสารกันในชั้นเรียน) ซึ่งเป็นการสื่อสารอย่างง่าย ใช้ทักษะการพูด การโต้ตอบ การคิดแย้ง คิดไตร่ตรองทบทวน การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิดโดยแยบคาย การฟัง การอ่าน การเขียน ในชีวิตประจำวัน ผนวกกับการให้อ่าน ฟัง ดู และสร้างสื่อต่างๆ ตามสมควร

โดยตั้งความหวังไว้ว่า เมื่อผ่านกระบวนการฝึกเช่นนี้เป็นความถี่ซ้ำๆ(สอดแทรกให้ซึมซับ ควบคู่ไปกับการสอนเนื้อหารายวิชาใดๆก็ตาม) ด้วยจังหวะและเวลาอันเหมาะสมแล้ว เด็กๆที่ผ่านกระบวนการนี้มาอย่างต่อเนื่องเข้มข้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง น่าจะเกิดทักษะการรู้เท่าทันการสื่อสารในชีวิตประจำวัน อันจะเป็นพื้นฐานต่อยอดไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีวุฒิภาวะ มีจิตสำนึกที่ดี และมีมโนธรรม

.....นำไปสู่เป้าหมายสูงสุดของการฝึกทักษะชุดนี้ คือ การเป็นคนดี โดยเนื้อแท้ .......
การฝึกให้คน รู้เท่าทันการสื่อสาร รู้เท่าทันโลก รู้เท่าทันชีวิต รู้เท่าทันทั้งจิตใจของผู้อื่น และจิตใจของตนเอง
รวมถึงการฝึกให้เป็นผู้มีคุณธรรม มีจริยธรรม มีมโนธรรมและเป็นคนดีโดยเนื้อแท้นั้น ต้องอาศัยวิธีการที่หลากหลาย ต้องใช้เวลาต่อเนื่องยาวนานตลอดชีวิต และต้องแลกด้วยจิตวิญญาณแท้ๆของความเป็นพ่อ แม่ ครู และกัลยาณมิตร ที่รักและห่วงใยชีวิตเล็กๆทุกชีวิตที่อยู่ในความดูแลของเราด้วยใจจริงเท่านั้น

ที่มา (โพสต์ครั้งแรก) เรียบเรียงจาก กระทู้ การรู้เท่าทันการสื่อสาร (Communication Literacy) เว็บไซต์วิชาการด็อตคอม

ปรับแก้ ครั้งที่ 1 ที่ http://gotoknow.org/blog/communicationliteracy/70450
จ. 01 ม.ค. 2550 @ 14:45 แก้ไข: พฤ. 29 พ.ย. 2550 @ 19:30

สุขุมาล จันทวี
๒ สิงหาคม ๒๕๕๑